Showing posts with label life. Show all posts
Showing posts with label life. Show all posts

Wednesday, March 11, 2009

ปีสองทำอะไรไปบ้าง?

ทำไมเวลา 1 ปีมันผ่านไปเร็วจัง?

ลองมานั่งนึกดูว่า 1 ปีที่ผ่านไป เราได้ลองทำอะไรบ้าง?

นอกจากเรียนหนังสือไป 1 ปี ก็นึกออกว่าได้ลองทำอะไรหลายอย่างเหมือนกัน:

- ลองเขียน Nontri Internet autologin

เป็น Firefox Extension (ตัวแรกในชีวิต)ที่ช่วย login เข้าเน็ตอัตโนมัติ
เขียนเสร็จ ปล่อยลงเน็ตปั๊บ สบค. (คนรับผิดชอบระบบ login สำหรับคนใช้เน็ตมหาลัยเกษตร) เขาก็แก้ระบบ login ให้ extension เราใช้ไม่ได้(ไม่กี่นาทีหลังจากปล่อย extension)

- ไปแข่ง TESA Topgun Rally 2008

(ผลการแข่ง)
เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียนโปรแกรมบน Microcontroller (ในงานใช้ dsPIC33) โจทย์ของการแข่งคือ สร้าง ECU สำหรับรถยนต์ โดยใช้ Real-time OS ได้เรียนเกี่ยวกับ Real Time OS นิดนึงด้วย
แต่ไปงานนี้คิดว่าเราได้เฉพาะบรรยากาศเขียนโปรแกรมบน embedded system เพราะคนอื่นๆ ในทีมเคยเขียนมากันหมดแล้ว (เรา noob สุดๆ) ไปเกาะเขานั่นเอง อิๆ... ได้ไปช่วยๆ นึก state machine/อัลกอริทึมที่ใช้ detect pulse, กับ คำนวณเวลายิง pulse
ในงานแข่งครั้งนี้ได้ใช้ SVN ด้วย (รู้สึกได้ประโยชน์จาก SVN สุดๆ ก็งานนี้แหละ)

- ลองเขียนโปรแกรมตัดคำที่ "ขึ้นกับบริบท"

(แข่ง BEST 2009)
จำได้ว่าตอนอยู่มัธยม พยายามทำ Chatbot เลยค้นรายงานเกี่ยวกับระบบตัดคำภาษาไทยมาอ่าน แล้วก็ได้แต่อ่าน... ไม่สามารถเขียนออกมาเป็นชิ้นเป็นอันได้ เพราะ ใช้ Regular Expression ไม่เป็น (และในรายงานนั้นก็เป็นการตัดคำโดยใช้กฎที่เป็น Regular Expression)
มาตอนปีสองนี่... ลองเขียนหลายอย่างมาก ทั้งแบบ Longest matching (ลองอันแรกเลย ง่ายสุด ฮะๆ), Maximal Matching (ตัดแบบให้จำนวนคำน้อยสุด),.... จนมาถึงตัวตัดคำที่ขึ้นกับบริบท(ที่ใช้แข่ง)
"ฉัน|นั่ง|ตาก|ลม|อยู่|ริม|หน้าต่าง|"
กับ
"เด็ก|ผู้|หญิง|มี|ดวง|ตา|กลม|โต|แวววาว|"


- เขียน Twitnest



เป็นโปรเจคที่คิดว่าจะทำส่งเป็นการบ้านวิชา Practicum ตอนเรียน อ. @jittat สั่งให้ทำ Web App ด้วย Google App Engine ตอนนั้นเราก็ยังไม่มีไอเดียทำโปรเจคอะไรเลย แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่านภาคย์ ว่าจะทำโปรแกรมประมาณ "เชื่อม social network" ทั้งหลายเข้าด้วยกัน

ทีนี้ท่านภาคย์ อยากให้แสดงผลคล้ายๆ family tree พอคุยไปคุยมา... ก็อยากได้เป็นกราฟ แล้วตอนนั้นก็เพิ่งเริ่มเล่น twitter ใหม่ๆ (เหมือนจะโดนชักชวนโดยเพื่อนๆ CPE21 ที่โดน @jittat ชักชวนอีกที)

เลยหันมาสนใจ Flash เพราะดูโปรแกรมทำกราฟอื่นๆ ที่เขียนด้วย javascript แล้วไม่ประทับใจเท่าไหร่ นั่งบ้าอ่าน Essential Actionscript 3.0 (เป็น text ที่ผมชอบนะ อ่านง่ายดี) อยู่นานมาก... แล้วก็ใช้ FlashDevelop เขียน

ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจ Flash เลย เพราะรู้สึกงง กับ Timeline, Frame, Keyframe, ฯลฯ รู้สึกว่ามันเป็นโปรแกรมที่เหมาะกับ Designer มากกว่า แต่พอใช้ FlashDevelop แล้วสร้าง Flash ด้วยโค้ดล้วนๆ แล้วรู้สึกสบายใจกว่า :D

โปรแกรม Twitnest นี่เสียเวลากับส่วน Auto-group (จัดกลุ่มคนในกราฟอัตโนมัติ) มากที่สุด แต่เป็นคิดว่าเป็นความสำเร็จแรกในการ อ่าน paper ด้วยตัวเอง แล้วพยายามเขียนโปรแกรมออกมาจนเสร็จ (และคิดว่าได้ผลลัพธ์ถูกต้อง)

- Wordle Clone


ไปเจอ Wordle แล้วก็พบว่ามันสร้าง Wordle สำหรับตัวอักษรภาษาไทยไม่ได้ (เลยอยากสร้างเองให้แสดงภาษาไทยได้)

ลองเขียนเองดูบ้างด้วย Python + Python Image Library (PIL) ได้ผลลัพธ์ดังนี้

เป็นรายชื่อเพื่อนๆ ใน เว็บบอร์ดรุ่น โดย ขนาดของชื่อจะใหญ่ตามจำนวนโพสต์ในบอร์ด (ยิ่งใหญ่ยิ่งปั๊มนั่นเอง)

ตอนนั้นรู้สึกอยากเอา Wordle Clone นี้ขึ้นให้บริการบนเน็ตด้วย ดังนั้นโปรแกรมต้องทำงานเร็ว แต่โปรแกรมที่เขียนตอนแรกมันทำงานช้าไป ความยากอยู่ตรงที่ต้องเขียนวิธีเช็คว่า ข้อความที่เรากำลังจะปะลงไป มันจะซ้อนทับของเดิมรึเปล่า (2D Collision Detection)

ก็เลยบ้าไปนั่งอ่าน text เกี่ยวกับ Computational Geometry เรื่อง Hierarchical Bounding Volume เพื่อที่จะเอามาใช้เช็ค "Collsion ของ ข้อความ" อย่างรวดเร็ว (นั่งงงอยู่นาน) สุดท้าย implement ออกมาได้ (ดีใจสุดๆ)

แต่ก็เจอกับปัญหาว่าการจัด layout ที่ได้มันยังไม่สวยพอ (ไม่สวยเท่าของ wordle) มันยังหลวมๆ ไป... เราก็เลยพับโปรเจคนี้ไว้ และเก็บไว้ใน D:\projects\ ต่อไป เพราะต้องไปทำอย่างอื่นต่อ

- Webpage Language Identification


ทำระบบ ช่วยระบุภาษาหน้าเว็บเพจอัตโนมัติ ทำการระบุในระดับ byte-stream (ดังนั้น encoding จะมั่วก็ไม่เป็นไร)
โปรเจคนี้ทำกับ Mike lab@CPE.KU ใช้ visible Markov-model มาเรียนรู้ลำดับ byte ในเอกสารภาษาต่างๆ... แล้วก็เอาโมเดลที่เรียนรู้แล้วของแต่ละภาษามาระบุภาษาของ unknown อัตโนมัติ (ตอนทำมีภาษา ไทย ญี่ปุ่น ลาว อังกฤษ)

- IR Repeater



วงจรซ้ำสัญญาณรีโมท UBC (ขอเรียกว่า UBC แทน True Vision ละกันสั้นดี)
คือที่บ้านมีเครื่องรับ UBC อยู่ชั้นบน แต่ต่อออกทีวีทั้ง ชั้นบนและชั้นล่าง... ไปๆ มาๆ อยากดู UBC ชั้นล่างบ่อยขึ้น พออยากเปลี่ยนช่อง ก็ต้องวิ่งขึ้นไปชั้นบน จิ้มรีโมทเปลี่ยนช่อง (เหนื่อย)

เลยอยากได้ IR Repeater เอาไว้ใช้รับสัญญาณรีโมทจากชั้นล่าง แล้วยิงซ้ำเข้าเครื่องรับ UBC ชั้นบน

พอได้แรงบันดาลใจจากวิชา Practicum (อีกแล้ว) ที่ได้นั่งประกอบชุด kit เลยทำให้เราอยากประกอบวงจรอีก ค้นๆ ในเน็ตเจอ IR Repeater เขาแจกวงจร (schematic) ด้วย... :D ตอนนี้ก็มีใช้แล้ว ตามภาพครับ

สรุป



ใช้เวลาปีสองได้คุ้มค่ารึเปล่าเนี่ย?.... รู้สึกว่าทำหลายอย่าง แต่ไม่ได้เกาะติดกับเรื่องไหนนานๆ ลึกๆ... เลยรู้สึกเหมือนเป็นเป็ดเลย (บินได้ ว่ายน้ำได้ เดินบนบกได้... แต่ทำได้อย่างละนิดอย่างละหน่อย)

รู้สึกว่า พออยู่ปีสองได้เรียน "พื้นฐานที่จำเป็น" หลายๆ อย่าง ทำให้เราทำ "สิ่งเคยอยากทำแต่ทำไม่ได้ตอนเด็ก" ได้ :) (แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ยังทำไม่ได้นะ)

เฮือก...เขียน blog ได้ยาวมาก (หมักไว้ไม่ได้มาเขียนนาน)

ปิดเทอมใหญ่นี้ ไม่ลงเรียน summer แน่นอน... ยังค้นหาเรื่องที่อยากทำต่อไป (จริงๆ ก็มีค้างอยู่หลายเรื่อง) แต่อยาก up skill อื่นๆ นอกจากคอมฯ บ้าง :)

ปล. ถ้าผมเขียน blog ได้น่างงงวย ช่วยบ่นด้วยการ comment ด้วยครับ :D จะได้เอาไปปรับปรุงสำหรับ blog ถัดๆ ไป

Sunday, March 01, 2009

ปั่นจักรยาน

ชอบปั่นจักรยานใน ม.เกษตร ช่วงวันหยุดมากๆ

เพราะถนนมันโล่ง ไม่ต้องระวังรถเท่าไหร่... ปั่นสนุกสนานเหมือนเวลาไปเที่ยวแล้วไปปั่นจักรยานเลย :D


ช่วงค่ำๆ รถก็น้อยเหมือนกัน แต่มืด น่ากลัว แถมมีข่าวว่ามีคนถีบจักรยานให้ล้ม เพื่อขโมยของด้วย (น่ากลัวฉิบ)

มีคืนนึงเลี้ยวผิดซอย ... เข้าไปเจอ น้องหมาสองตัว แยกเขี้ยวใส่ แฮ่!!!! น่ากลัวมาก
แถมยังวิ่งเข้ามาอีก - -" adrenaline หลั่งไหล รีบปั่นอ้อมไปออกอีกทาง
ระหว่างปั่นหนี มันก็ยังไล่เห่า ไล่ตามอีกนะ (จะโหดไปไหนเนี่ย)
ในที่สุดก็หนีรอดมาได้โดยไม่โดนกัด

โพสต์นี้ โดนใจอย่างแรง

ช่วงสอบนี่เหนื่อยสุดๆ บางวันก็หงุดหงิดสุดๆ อาจเป็นเพราะโดนคาดหวังเยอะ โดนคาดคั้นเยอะ

วันนี้อ่านเจอโพสต์เนื้อหาดีๆ ของ maikub ในบอร์ดรุ่น ดังนี้ (ขอแปะให้ลองอ่านละกัน)


อาจารย์เค้าแค่พยายามสอนเท่านั้น (แม้ว่ารอบนี้เค้าจะไม่มีเหตุผลจริงๆ)
เหตุผลนิยามไม่เหมือนกัน แต่บางทีก็ต้องใช้ใจกันบ้าง (คนไม่ได้สอนไม่รู้หรอก ^^)

" ความผิดเท่านี้เทียบกับโจรสามจังหวัดภาคใต้ หรือไอ้พวกพนักงานรัฐที่รับใต้โต๊ะ โกงกินชาติ หรือพวกข่มขืนฆ่าไม่ได้เลยซักนิด แต่เอามาพูดซ้ำกันอยู่ได้"

คน ทุกคนทำผิด ตัดสินใจผิดก็ต้องการการให้อภัย... อย่างไรก็ตามมันให้กันยาก แม้เราจะรู้ว่าควรให้ เพราะบางเรื่องมันอภัยไม่ได้!!! (แม้จะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม)

ตอนเด็กๆเราเชื่อฟังพ่อแม่ ครูอาจารย์
ตอน โตเราฟังน้อยลงเพราะเรามีเหตุผลมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าเหตุผลของเราไม่ได้ถูกเสมอไป บางเรื่องมันก็ undecidable... บางเรื่องเราก็ใช้เหตุผลผิด (ลืม discrete ไปแล้วเหรอ p->q != q->p)... แต่เรื่องส่วนใหญ่เรามักเข้าข้างตัวเอง (แหงสิ ไม่งั๊นจะให้เข้าข้างใคร อิอิ)...

ตอนเลือกเพื่อน เหตุผลเป็นส่วนประกอบ แต่สุดท้ายคบกันได้ด้วยใจ
ตอนเลือกแฟน เหตุผลเป็นส่วนประกอบ แต่สุดท้ายก็คบกันได้ด้วยใจ
ทุกอย่างล้วนจบที่ใจ ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตาม (เหตุผล นำไปสู่ การตัดสินใจ)

เหตุผล -> 20% จิตสำนึก
ใจ -> 80% จิตใต้สำนึก
บางครั้งเราก็หาเหตุผลดีดีให้บางเรื่องไม่ได้ แค่ใจคิดว่ามันดีแล้ว

ขอพิมพ์นิดนึง (ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกระทู้เลย)

สอบไม่ได้ -> คะแนนไม่ดี -> เพราะอะไร ...

แม้ผลคะแนนจะไม่ได้เอาไปใช้ในชีวิตจริง แต่มันก็บอกอะไรได้บ้างแหละน่า
คะแนนสูง + กิจกรรมเด่น = แบ่งเวลาได้ดี เต็มที่กับทุกสิ่ง
คะแนนต่ำ + กิจกรรมเด่น = ทุ่มเทให้กับเรื่องที่ตนสนใจ (ถ้าทำงานที่รักแล้ว ผลออกมาสุดยอดแน่นอน)
คะแนนสูง + กิจกรรมน้อย = อย่างน้อยเอาตัวรอดได้แน่ๆล่ะ
คะแนนต่ำ + กิจกรรมน้อย = คงมีข้อดีด้านอื่นอีกมั๊ง

อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง ?
x อย่างไรก็ตามถึงแม้สอนไม่รู้เรื่องจริงๆ พวกเทพเค้าก็เทพอย่างเดิมไม่ว่าอาจารย์จะสอนยังไง
(นึก ถึงตอนสอน C# น้องๆ ถึงแม้จะรู้ตัวว่าสอนไม่รู้เรื่อง แต่... มึงไม่รู้เรื่องก็ถามกูสิ กูถามก็ไม่ตอบ นั่งบื้อกันแล้วบอกว่าไม่รู้เรื่อง สม >.< บางทีอาจารย์บางคนที่สอนเราอยู่อาจคิดแบบนี้ก็ได้นะ 555)

โทษว่าอาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง ?
x ต่างกันที่คุณตั้งใจพอหรือยัง พยายามเข้าใจหรือยัง... (ถึงแม้บางคนจะสอนงงจริงๆ เช่น เรา ^O^)
(คงได้เห็นในวิชา Digital... ข้อสอบยากระดับหนึ่งเลยล่ะ
แต่นึกสภาพตอนเรียนแล้ว... ก็ไม่แปลก
ถ้าเค้าเคืองจริงๆวิชานี้ออกได้นรกกว่านี้มาก แต่ก็นะพาร์ทหลังนี้ยากมากแน่ๆ
นึกถึงชั่วโมงที่เค้าด่าเรื่องคอมบนโต๊ะ...หลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนเดิม ^^ แม้แต่เรา)

หัวไม่ไป ?
x ยอมรับว่าคนทุกคนถนัดแต่ละด้านไม่เท่ากันแน่ๆ แต่ถ้าได้พยายามแล้วก็พอแล้วล่ะ (แต่พยายามเป็นกิจวัตรนะ ไอ้ที่พยายามก่อนสอบอย่างบ้าคลั่งเนี่ย...ช่างมันเถอะ)

ไม่ได้เข้าเรียนเพราะงานยุ่ง / ตื่นสาย / เข้าไปเรียนก็ไม่รู้เรื่อง ?
x งานยุ่งจริงคงช่วยไม่ได้...
x ตื่นสายไม่เคยเป็นข้ออ้างที่ดี ถึงจะจริงก็เถอะ...
x เข้าไปเรียนก็ไม่รู้เรื่อง (ถ้าไม่เข้าแล้วเอาเวลาไปทำประโยชน์ก็ดีนะ...ถ้าเอาไปทำประโยชน์)
(หัวข้อ นี้นึกถึงวิชา elec secบน... แต่พอคิดแล้ว ถ้าเข้ามาคุย...ไม่เข้าดีแล้วล่ะ >^< แต่คนที่ไม่เข้าทำไมคะแนนดีกว่าคนเข้ามากมาย 555 กุโง่เอง กุมันไม่อ่านหนังสือสอบ)
อย่างไรก็ตาม เข้าไม่ถึง 80% หมดสิทธิ์สอบนะ... (อาจารย์คนไหนโหดๆคงน่ากลัว)


ปล0. ไอ้ที่ว่าทั้งหมดเราก็ทำ ถึงแม้จะรู้ (เชื่อเถอะทุกคนก็รู้ตัวเองดี รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด) แต่ก็ทำไม่ใช่เหรอ = =a

ปล1. การขุดคุ้ย - วิจารณ์ - นินทา ความผิดพลาดของคนอื่นเป็นเรื่องสนุกของคุณ ไม่ใช่ของเจ้าของเรื่องนั้น

ปล2. วันไหนไม่มีพวกเทพๆแล้วเราจะสอบกันยังไงเนี่ย = =a.

ปล3. รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
อาจารย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน (คนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน) เลือกวิธีใช้กับแต่ละคนเองละกันนะ


อ่านแล้วอยากดันให้เพื่อนไปเขียนหนังสือ/บทความ ขายจริงๆ :P

Tuesday, September 16, 2008

ฤดูกาลสอบ

จากนักศึกษา เมื่อใกล้เข้าช่วงสอบ ก็กลายร่างเป็นนักสอบ ในทันใด

ความรู้ที่ร่ำเรียนมาทั้งหมด ต้องเอามาทุ่มเทให้กับการทำโจทย์เพื่อเตรียมตัวสอบ

ปีสอง เทอม หนึ่ง สอบ 6 วิชา 4 วิชา คำนวณล้วนๆ
ได้แก่
1. Engineering Mathematics III (คณิตศาสตร์วิศวกรรม III)
2. Discrete Mathematics (วิทยุทธคณิตศาสตร์, ภิณทณคณิตศาสตร์, และคณิตศาสตร์เต็มหน่วย จะเรียกชื่อไหนก็เรียกละกัน)
3. Basic Mechanics (กลศาสตร์พื้นฐาน) - วาดรูปๆ คำนวณๆ
4. Introduction to Electrical Engineering (วิศวกรรมไฟฟ้าเบื้องต้น) - วาดรูปๆ คำนวณๆ

ส่วนอีกสองวิชาที่เหลือคือ อ่านๆ จำๆ เข้าใจเล็กน้อยเป็นพอ
5. Computer Organization and Assembly - โครงสร้างคอมพิวเตอร์ และภาษาแอสแซมบลี
เป็นวิชาที่จะได้เรียนถึงไส้ถึงพุง รายละเอียดว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างไร และเรียนรู้ภาษาเครื่อง (รู้แล้วเอาไปใช้คุยกับเครื่องคอมฯ ได้....[ฮา])
6. Man and Society มนุษย์กับสังคม --- (จำโลด)

อ้อๆ มีวิชาปฏิบัติอีกตัวคือ Practicum (จำชื่อเต็มไม่ได้ เอิ้ก) แต่เป็นวิชาที่ได้ลงมือ ประกอบวงจร รู้จักกับ cloud computing.... สนุกสนาน

สรุปได้ว่า เตรียมตัวสอบปีสองเทอมหนึ่งนี้ ทำอย่างเดียวคือ ทำโจทย์ๆๆๆๆ เปลืองกระดาษอย่างแรง.... แต่จำเป็นต้องฝึก ก็เปลืองน่ะแหละดีแล้ว

เอาเป็นว่า... blog นี้อยากพูดประมาณว่า ปีสองเทอมหนึ่ง วิชาคำนวณเยอะจัง - -"

ปล. เริ่มใช้นโยบายใหม่ blog เรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว เขียนที่ blogspot ส่วน blog เรื่อง computer เขียนที่ nattster.siamdev.net ละกัน
ปล2. นโยบายใหม่ อีกอัน ... เหมือนจะใช้มานานแล้ว คือ พยายามเขียนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง :D
ปล3. ไปดีกว่า อ่านหนังสือสอบต่อ.... ไม่สิ....ต้องเรียกว่า ทำโจทย์เตรียมสอบต่อมากกว่า

Wednesday, June 18, 2008

Fujtisu S6410 เสียบ หูฟัง (headphone) ใน ubuntu 8.04 แล้วไม่มีเสียง

ก่อนหน้านี้มีปัญหาว่า เสียบแล้ว
ดังทั้งลำโพงทั้งหูฟัง อัพเดทไปอัพเดทมาปรากฏว่า เสียบหูฟังแล้วก็ไม่ดัง

ไปค้นๆ ในที่สุดก็เจอ กระทู้นี้ Headphone & Speaker Issue

ให้แก้ไฟล์ /etc/modprobe.d/alsa-base
เพิ่มบรรทัดนี้ต่อท้ายไป
options snd-hda-intel model=fujitsu

save ไฟล์ แล้ว restart เครื่อง เมื่อเสียบหูฟัง ลำโพงก็จะ mute โดยอัตโนมัติ

มาเขียน blog ไว้เผื่อใครเจอแบบเดียวกันจะได้ค้นเจอ :D

ใครใช้ realtek acl262 ก็ใช้วิธีนี้ก็ได้นะ หรือว่า ใช้การ์ดเสียงรุ่นอื่น ลองเรียกคำสั่ง
zless /usr/share/doc/alsa-base/driver/ALSA-Configuration.txt.gz

ลองค้นๆ ดูว่า รุ่นของ การ์ดเสียงเราเป็นอันไหน แล้วจัดการ เอา model name มาใส่แทน fujitsu ครับผม

Monday, June 16, 2008

เฮ้ย...ตรูม่ะใช่ compiler นะเฟร้ย

เฮอๆ ส่งโค้ดมาทาง msn ถามว่า statement นี้ ผิด รึเปล่า

ตูก็ดันตอบไปว่า ผิด....

แล้วก็แก้ แล้วก็ยังส่งมาถามต่ออีก - -"

Monday, March 24, 2008

ปิดเทอม

ก่อนหน้านี้บ่นๆ บอกว่าเบื่อ msn

เดี๋ยวนี้ปิดเทอมแล้ว เปิดคอมฯขึ้นมานั่งเล่นแต่ msn กะ hi5 เฮอๆ

แย่จริงๆ :P

Monday, March 10, 2008

นิสิต วิศวกรรมเครื่องแกง เอกพะโล้ โทพะแนง

เพื่อนใช้ชื่อนี้ใน msn เขาเรียนเป็นกุ๊กอยู่ที่ดุสิตธานี (รึเปล่า)

เห็นว่าเท่ดี อิๆ เลยขโมยมาแปะใน blog หน่อย

เวลาวันหลังแนะนำตัว แนะนำตัวอย่างนี้อาจจะฮาดี

Thursday, March 06, 2008

สอบปลายภาคเสร็จ...ปิดเทอมแล้ว....

สอบ 2 สัปดาห์
สัปดาห์แรก
eng. math II , physics II พอทำได้
สัปดาห์ที่สอง
gen. chem, eng. drawing, lab gen. chem.
รู้สึกแย่มากๆ หลังจากเดินออกนอกห้องสอบ อารมณ์ประมาณว่าถ้าเป็นสอบกลางภาค และเข้าไปสอบแล้วทำไม่ได้แบบนี้ คงจะ drop แน่ๆ แต่เฮ้อ..นี่สอบปลายภาคแล้วทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็เลยได้แต่ลุ้นว่าเกรดจะออกมาเป็นยังไง

และแล้วในที่สุดก็ปิดเทอมซักที 1 ปีผ่านไปเร็วมากๆ
พอปิดเทอม ก็รู้สึกอิสระ แล้วก็พยายามคิดว่าเอ๊ะ ปิดเทอมแล้วเราอยากจะทำอะไร ในที่สุดก็มีเวลาว่าง ว่างจนนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี :D

Monday, February 11, 2008

Thursday, January 17, 2008

กลับมามีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว แต่...

กลับมามีเวลาว่างมากขึ้น (เหรอ?) แต่ทำไมเวลาว่างเนี่ยมันไม่ใช่เวลาว่างสำหรับตัวเราเอง

เอ...แล้วแบบนี้จะเรียกว่าเวลาว่างได้รึเปล่าเนี่ย...

รู้สึกว่า...พักหลัง...ทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจ ทำให้คนรอบข้างผิดหวังอยู่บ่อยๆ
รู้สึกเหนื่อยที่จะพยายามทำให้ความหวังของคนรอบข้างทุกๆ คนเป็นจริง
ว่าแต่...เมื่อไหร่ความหวังของเราจะเป็นจริงบ้าง...

วันนี้จะประกาศผล NSC ซะแล้ว....ไม่ต้องลุ้นเลย เฮอๆ... แต่ด้วยปฏิกิริยาของกรรมการ ทำให้แอบลุ้นเล็กน้อย....แต่ถ้าไม่เข้ารอบชิงก็ไม่แปลกใจเลย ;D

ลืมบล็อกไป ว่าเริ่มใส่ contact lens วันที่ 14 มกราคม 51 (เผื่ออนาคตอยากรู้ว่าเริ่มใส่เมื่อไหร่)

Monday, January 14, 2008

ฝึกออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้องกับหนุ่มชัดสาวแอ๊บ

ในที่สุดก็ present งานเรียบร้อยแล้ว :D นี่คือภาพ logo ของโปรแกรมที่รุ่นน้องวาดให้ด้วย Flash ปีนี้ก็ประกวด NSC อีกแล้ว (ประกวดเป็นปีที่ 7)

Wednesday, January 09, 2008

ตามหาเพลง....ของ Susan Raye

เพลง: Don't Take Advantage Of Me

อัลบั้ม: My Heart Has A Mind Of Its Own (1 มีนาคม 1972)

Don't make me a promise and then make me blue
Don't say you love me if it isn't true
Don't make me cry so much I can't see please don't take advantage of me
You might be the kind who'll just lead me on
Then when I need you most that's when you'll be gone
Don't tell me those sweet lies you know I believe please don't take advantage of me
[ guitar ]
Ever since I first met you I've been so in love
Day and night it's you that I'm thinking of
So before you hurt me I'm a begging you please please don't take advantage of me
Well you might be the kind...
Please don't take advantage of me

Sunday, December 30, 2007

ป้ายเตือน...ป้ายห้าม

เคยเห็นป้ายแปลกๆ (ป้ายจราจร ฯลฯ) ผ่านทาง Internet ... ก็ตลก หรือแปลกดี ทีนี้เวลาเราไปไหนก็เลยเก็บภาพป้ายกลับมาด้วย บางป้ายอาจดูไม่แปลกสำหรับคนอื่น แตเราคิดว่าแปลกสำหรับเรานะ :D

ป้ายที่ 1 "ขึ้น-ลงเขา กรุณาเดินเบาๆ จะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง" ป้ายนี้ทำให้เรารู้สึกเป็นครั้งแรกว่าการทำบุญกุศลนั้นทำได้ง่ายมากๆ เริ่มต้นด้วยการเดิน ;D


ป้ายที่ 2 "กรุณาอย่าทำลามกอนาจาร" เอ.... เขาติดป้ายอย่างนี้ แสดงว่าแถวนั้น.......(รึเปล่า?!)


ป้ายที่ 3 "ห้ามขีดเขียน ฝ่าฝืนปรับ 500 บาท"
ภาพนี้อยากให้สังเกตด้านหลังป้าย... อยากรู้ว่าคนที่ติดป้ายจะได้ตังค์ซักเท่าไหร่แล้วตอนนี้


หมดซะและ... ภาพเหล่านี้ว่าจะเอาลง blog ซะตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงซักที ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร จะปีใหม่ จะสอบ จะต้องส่งโปรเจค แต่กลับเอาเวลามานั่งเขียน blog ซะงั้น... ปีนี้อัพ blog จำนวนครั้งน้อยมาก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร (เร่งเพิ่มจำนวนบล็อกก่อนสิ้นปี ?)

Saturday, December 29, 2007

สอบกลางภาคเสร็จ 3 วิชา เตรียม Count down ปีใหม่กับ...เคมี

ในที่สุดสอบกลางภาค เทอมที่สอง ก็เสร็จไปแล้ว 3 วิชา

  • Math+Physics ก็ทำๆๆๆๆๆ ออกจากห้องแล้วก็ผิด..(เมื่อโดนเพื่อนทัก :D)
  • Engr. Drawing สอบโดยเขียนแบบบนเก้าอี้ lecture ทำให้ต้องก้มหัวตลอด 3 ชั่วโมงที่ทำข้อสอบ พอออกจากห้องสอบ ก้มหน้าไม่ได้ ได้แต่เดินเงยหน้าตลอดทางไปกินข้าว ขึ้นลงสะพานลอยจะตกเอา :D
นอกเหนือจาก 3 วิชานี้ ยังเหลือวิชา General Chemistry I ที่ยังไม่ได้เริ่มอ่านแต่กำลังจะสอบในวันที่ 2 มกรา ปีใหม่ที่จะถึงนี้ นอกจากนั้นก็ยังเหลือโปรเจค NSC ที่ดูท่าแล้วจะทำไม่ทันตามเป้า T_T

เตรียม Count-down พร้อมกับ หนังสือวิชา เคมี และ การทำโปรเจค

โอ๊ะๆๆ...ลืมอีกอย่างนึง วันนี้เอาหนังสือไปคืนเพื่อยืมต่อที่หอสมุด ซึ่งเราคืนเกินกำหนด 1 วัน ควรโดนปรับ 10 บาท (ยืม 2 เล่ม สายวันละ 5 บาท) แต่ว่าหอสมุดบอกว่า เขาก็ยัง late ให้เราได้อีกวัน ก็เลยไม่เสียค่าปรับ ดีใจจัง :D

Thursday, October 25, 2007

เพลงประกอบโฆษณา dtac

ทุกครั้งก็ยังสงสัย
เมื่อทำอะไรที่ดูไม่มีความหมาย
อยากจะยืน อยากจะงง
อยากจะหลงทางบ้าง
อยากจะใช้
อยากจะลองรองเท้าคนละข้าง
อยากจะขีดเขียน
จะผิดจะเพี้ยนก็เป็นบางครั้ง
ไม่รู้ทำไม...

ไม่มีเหตุผล ไม่มีความหมายแค่อยากทำอะไรตามใจ
ก็เท่านี้ ไม่มีเหตุผล สบายใจ ลัลลัลลัลล๊า ฮู้ฮู่ว
อยากจะทำก็ทำ อย่าไปคิดให้มากมาย แค่นี้ฉันสบายใจ

โหลด mp3 ไปฟังกัน http://www.dtac.co.th/tha/feelgoood/index.html

Thursday, August 23, 2007

ซื้อ notebook ใหม่...จอพังใน 2 วัน

คราวที่แล้วเลือก notebook ให้พ่อ ก็เลือก NEC ปรากฏว่าพอเอาเครื่องกลับมาถึงบ้าน...
จอพังครับ...ภาพในจอเต้นได้ๆๆ

ก็ต้องซ่อม

พอคราวนี้ได้โอกาสเปลี่ยน notebook เราบ้าง จากที่เคยใช้ fujitsu b5010 (เบา บาง ไม่มีซีดีรอม)
มาเป็นเวลา 4 ปีซึ่งประทับใจกับความทนทาน...ไว้ใจได้...และศูนย์บริการที่ดี (เคลมจอ ไป 1 รอบ บริการดี๊ดี)

มองดูในเว็บ โอ้โห fujitsu s6410 , spec โอเค น้ำหนักใช้ได้ 1.6kg เอง (ไม่รวม cd-rom เฮอๆ)
ตัดสินใจ ซื้อครับ ซื้อวันจันทร์ คืนวันจันทร์เอา notebook ชาร์จไว้
วันอังคารเอาไปนั่ง lecture วิชา c# ที่มหาลัย เอ....ทำไมมีเส้นๆ ขึ้นที่จอ เป็นที่ acrobat รึเปล่า ปรากฏว่าไม่ใช่ เป็นเส้นแนวดิ่งอยู่ครึ่งจอ - -"

เอาไปถามใน pantip คนใน pantip ก็บอกว่าให้เอาไปเปลี่ยนกับร้าน เพราะว่าซื้อมายังไม่ถึง 7 วัน
ปรากฏว่าเอาไปให้ที่ร้านดูที่ร้านก็ เห็นปัญหาเดียวกันกับเรา

ทีนี้ร้านบอกว่าถ้าเราจะเอาไปเปลี่ยนเนี่ย ต้องเปลี่ยนกับตัวโชว์นะ เพราะว่า ไม่มี notebook รุ่นนี้อยู่ใน stock แล้ว (ของขาดตลาด) จริงป่ะเนี่ย????

ก็เลย เอ ทำไงดี พี่ที่ร้านเขาก็บอกว่า มันไม่น่าจะเป็นอะไรมากน่าจะเป็นแค่สายแพ หลวม เขาก็บิดๆ จอเราดู - -" (เสียวจอหักแทบแย่)

เขาบอกว่า "เพราะเราลงทะเบียนเครื่องไปแล้ว ทำให้ยุ่งยากถ้าเราจะเปลี่ยนเครื่อง" ดังนั้น เราต้องให้ร้านสลับสติกเกอร์ serial number ที่เครื่อง เราเห็นท่าไม่ดี ทำอย่างงี้แล้วจะมีปัญหาอะไรในอนาคตรึเปล่า แล้วก็เครื่องที่ตั้งโชว์อยู่เนี่ยมันจะมีปัญหาแบบเดียวกันรึเปล่า

เราก็เลยโทรไปหา fujitsu service center ที่ q-house เขาก็บอกว่า มีสองวิธีคือ เปลี่ยนตัวใหม่ที่ร้าน (ต้องเปลี่ยนกับร้าน เพราะว่า ร้านก็เป็น dealer ที่รับสินค้าจาก distributorอีกที ในที่นี้ distributor คือ บริษัท SIS นั่นเอง)

กับอีกทางเลือกหนึ่งก็คือเอาไปให้ที่ fujitsu q-house ดู เราก็เลยถามว่าที่ q-house มี spare part ของเครื่องรุ่นนี้อยู่มั้ย ปรากฏกว่า มีอยู่ 1 ชุดครบพอดี เขาบอกว่า ถ้าเกิดว่ามีปัญหาจริงๆ เนี่ย เดี๋ยวเขาเปลี่ยนยกชุดให้ก็ได้ ตอนแรกเราก็งงๆ แต่ก็ดู q-house น่าเชื่อใจกว่า

ก็เลยรีบขึ้น taxi ต่อ bts ไป เพลินจิตทันที

เมื่อไปถึง เราก็รีบเอาเครื่องให้ช่างดู ... ช่างก็เห็นอาการแล้วก็รับเครื่องไปซ่อม เราก็ถามเขาว่า "จะได้เครื่องในวันนี้เลยมั้ย" เขาบอกว่ารอรับได้เลย - -" แหม...ถ้าเกิดว่าของเพิ่งซื้อใหม่แล้วกลับต้องเอามาทิ้งไว้ให้เขาซ่อมตั้งแต่วันที่ 2 ที่ซื้อมาเนี่ย ก็คงแย่มาก ๆ เลยหล่ะ

ปรากฏว่า เราก็นั่งรอนอนรอประมาณ ชั่วโมงครึ่ง คอมฯของเราก็กลับมา พร้อมกับ จอใหม่ยกเซ็ต :D

ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีหว่า....ซื้อ notebook ใหม่แล้วต้องเอามาซ่อมตั้งแต่วันที่สอง

แต่เอาเป็นว่า ตอนนี้เราก็มีคอมฯ ใช้ตามปกติแล้ว เสียเวลากับการซ่อมไปเยอะเลย

และ...เราก็โทรไปที่ fujitsu thailand เพื่อทิ้งเรื่องร้องเรียนไว้ เรื่องฝ่าย quality check ของ fujitsu ว่า ทำไมถึงมีสินค้าที่มีปัญหาแบบนี้หลุดออกมาอยู่ในตลาดได้ -_-" ทำให้ลูกค้าอย่างเราๆ ต้องรับเคราะห์
แล้วก็ถามประมาณว่าบริษัทจะรับผิดชอบอะไรให้เราได้บ้าง....

เราก็ขอชื่อ-นามสกุลเรา แล้วก็เบอร์ติดต่อกลับ ... เอาเป็นว่าเรามีหลักฐานแล้วละกันว่าสินค้าเขาเสียจริง นั่นก็คือหลักฐานการซ่อมที่ศูนย์ซ่อมของ fujitsu เอง.....

กำลังคิดว่าเราควรจะรอคำตอบจาก fujitsu นานเท่าไหนดี

ถ้าเกิดว่าเขาเงียบหายไป เราก็จะเริ่มร่างจดหมาย เพื่อส่งไป ไม่ fujitsu singapore ก็ fujitsu japan เฮอๆ

Thursday, August 16, 2007

mean change


กราฟฟิกสวยๆ โดย b4lmung (ขออนุญาตเอามาแปะ blog หน่อยนะ ชอบอ่ะ)

Tuesday, July 03, 2007

นมขวดละ 110 บาท

ลงไปซื้อนม แล้วเพิ่งรู้ตัวว่าลืมกุญแจไว้ในห้อง
เสียตังค์เลย 100 บาท - -" ค่าเปิดห้อง + ค่านม 10 บาท

T_T

ไม่ได้กลับบ้าน 1 เดือนแล้ว

เอิ้กๆ กิจกรรมทุกสัปดาห์เลย